ประวัติหลวงพ่อโสธร (พระพุทธโสธร)
พระพุทธโสธร พระคู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา
พระพุทธโสธร หรือที่พุทธศาสนิกชนเรียกขานกันทั่วไปว่า “หลวงพ่อโสธร” เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร ริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตามประวัติที่กรมศิลปากรรวบรวมไว้ หลวงพ่อโสธรประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้มาตั้งแต่ราว พ.ศ. 2313 อันเป็นปีที่ตำนานถือว่าได้อัญเชิญท่านขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง
ตำนานพระลอยน้ำและพระสามพี่น้อง
ตำนานเล่าสืบกันมาว่า มีพระภิกษุสามองค์พี่น้องจากเมืองเหนือ เมื่อศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉานแล้วได้จำแลงกายเป็นพระพุทธรูป ลอยน้ำลงมาตามลำน้ำ โดยตำนานมิได้ระบุว่าผู้ใดเป็นผู้สร้างหรือสร้างขึ้นเมื่อใด เมื่อพระพุทธรูปทั้งสามลอยมาปรากฏในแม่น้ำบางปะกง ชาวบ้านพยายามใช้เชือกฉุดขึ้นฝั่งแต่เชือกขาด พระพุทธรูปจึงลอยทวนน้ำหนีไป เป็นที่มาของชื่อสถานที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เช่น สามพระทวน (สัมปทวน) บางพระ และแหลมลอยวน
องค์กลางได้ลอยวนมาผุดขึ้นที่หน้าวัดหงษ์ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของวัดโสธร ประชาชนจำนวนมากพยายามฉุดขึ้นฝั่งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งมีอาจารย์ผู้มีวิชาทำพิธีบวงสรวง ตั้งศาลเพียงตา และใช้สายสิญจน์คล้องพระหัตถ์ จึงอัญเชิญขึ้นจากน้ำได้ แล้วนำไปประดิษฐานที่วัด เรียกขานว่า “หลวงพ่อโสธร” ตามชื่อวัด ส่วนพระพี่น้องอีกสององค์ตามตำนาน คือ หลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม และหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ
พุทธลักษณะและหลักฐานทางพุทธศิลป์
หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก 5 นิ้ว หรือ 165 เซนติเมตร สูง 198 เซนติเมตร กรมศิลปากรระบุว่าองค์จริงแกะสลักจากหินทรายเป็นชิ้น ๆ แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันและลงรักปิดทอง อันเป็นเทคนิคการสร้างพระพุทธรูปในสมัยอยุธยาตอนต้น ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กำหนดรูปแบบองค์จริงเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทองรุ่นที่ 2 สมัยอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 20 กล่าวโดยประมาณคือมีอายุราว 600 ปี ซึ่งต่างจากตำนานที่ว่าเป็นพระจากเมืองเหนือ
รูปลักษณ์ภายนอกที่ผู้คนคุ้นเคยเป็นปูนปั้นพอกทับองค์เดิม มีพุทธลักษณะแบบล้านช้างที่เรียกกันสามัญว่า “พระลาว” เข้าใจว่าบูรณะขึ้นในปลายสมัยอยุธยาหรือต้นรัตนโกสินทร์ ตำนานของวัดอธิบายว่า เดิมองค์พระมีรูปทรงงดงาม พระสงฆ์ในวัดเกรงจะมีผู้มาลักพาไป จึงเอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้ พระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี พ.ศ. 2451 ทรงบันทึกถึงพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเป็นพระศิลา “องค์ที่สำคัญว่าเปนหมอดี” และ “ความนิยมนับถือในความเจ็บไข้อยู่ข้างจะมาก มีคนไปมาเสมอไม่ขาด” กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระพุทธโสธรเป็นโบราณวัตถุในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535
ความศรัทธาและประเพณีแก้บน
หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปที่เชื่อถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะด้านการรักษาความเจ็บไข้ จึงมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมานมัสการอย่างเนืองแน่นทุกวัน ผู้ที่ขอพรหรือบนบานแล้วสมหวังนิยมแก้บนด้วยไข่ต้มและละครรำ ตามรายงานของไทยพีบีเอส ในแต่ละวันมีไข่ต้มถวายไม่น้อยกว่า 100,000 ฟอง งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธรจัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง ตามปฏิทินจันทรคติ ได้แก่ งานกลางเดือน 5 งานกลางเดือน 12 และงานเทศกาลตรุษจีน โดยงานกลางเดือน 5 จัดขึ้นเพราะเชื่อกันว่าเป็นวันคล้ายวันที่อาราธนาหลวงพ่อขึ้นจากแม่น้ำ ปัจจุบันมีพิธีอัญเชิญหลวงพ่อพุทธโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกงในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี
วัตถุมงคลหลวงพ่อโสธร
ด้วยความศรัทธาที่แผ่ไพศาลทั่วประเทศ จึงมีการจัดสร้างวัตถุมงคลรูปหลวงพ่อโสธรหลายรุ่นตลอดร้อยปีที่ผ่านมา เหรียญหลวงพ่อโสธรรุ่นแรกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2460 สมัยพระอาจารย์หลินเป็นรักษาการเจ้าอาวาส เพื่อมอบแก่ผู้บริจาคทรัพย์ซ่อมแซมฐานชุกชีขององค์หลวงพ่อ เป็นเหรียญปั๊ม มีทั้งพิมพ์รูปอาร์มและพิมพ์รูปเสมา จัดสร้าง 4 เนื้อ คือ ทองคำ เงิน สำริด และทองแดง ได้รับการยกย่องในวงการพระเครื่องว่าเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีเหรียญพระพุทธ นอกจากนี้เหรียญหลัง ภปร พ.ศ. 2509 หรือ “รุ่นสร้างโรงเรียน” ซึ่งสร้างเป็นที่ระลึกในวาระที่รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2509 โดยเสด็จพระราชกุศลในการสร้างโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร ก็เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมสูง
ปรับปรุงล่าสุด 22 กันยายน 2569
รุ่น ๑๑๑ ปี
ร่วมบูชาวัตถุมงคลหลวงพ่อโสธร รุ่น ๑๑๑ ปี
พิธีพุทธาภิเษก 20 พฤศจิกายน 2569
