ประวัติวัดโสธรวรารามวรวิหาร
พระอารามหลวงริมแม่น้ำบางปะกง ที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร
จากวัดหงษ์สู่วัดโสธรวรารามวรวิหาร
วัดโสธรวรารามวรวิหารตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้วและพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศ วัดสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย (แหล่งข้อมูลระบุช่วงเวลาต่างกัน บ้างว่าในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บ้างว่าราว พ.ศ. 2300) เดิมชื่อ “วัดหงษ์” เพราะมีเสาหงส์อยู่ในวัด ตามเรื่องเล่าสืบมา ต่อมาหงส์บนยอดเสาหักตกลงมาและมีผู้นำธงขึ้นแขวนแทน จึงเรียกว่า “วัดเสาธง” เมื่อเสาธงหักเป็นสองท่อนจึงเรียกว่า “วัดเสาธงทอน” ก่อนจะกลายเป็น “วัดโสธร” ในที่สุด แหล่งข้อมูลของทางราชการจังหวัดอธิบายว่าคำว่า “โสธร” หมายถึงบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ เรียกตามพระนามพระพุทธโสธร
เดิมวัดโสธรเป็นวัดราษฎร์ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร พระราชทานนามว่า “วัดโสธรวรารามวรวิหาร” เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2501
พระราชปรารภสู่พระอุโบสถหลังใหม่
แต่เดิมหลวงพ่อโสธรประดิษฐานในพระอุโบสถหลังเก่าขนาดเล็ก ร่วมกับพระพุทธรูปบริวารอีก 17 องค์ (บางแหล่งข้อมูลระบุ 18 องค์) ใน พ.ศ. 2509 รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมายังวัด และมีพระราชปรารภว่าพระอุโบสถเดิมคับแคบ ไม่สมพระเกียรติหลวงพ่อโสธร ให้ปรับปรุงสร้างใหม่ พระพรหมคุณาภรณ์ (จิรปุญโญ เจียม กุลละวณิชย์) เจ้าอาวาสในขณะนั้น จึงรวบรวมเงินบริจาคจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ตามพระราชปรารภ
รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถหลังใหม่ เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2531 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นองค์ประธานการก่อสร้าง การก่อสร้างเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2535 งานสถาปัตยกรรมออกแบบโดยนายประเวศ ลิมปรังษี ศิลปินแห่งชาติ และงานวิศวกรรมโครงสร้างโดยสำนักออกแบบนายอรุณ ชัยเสรี พระอุโบสถหลังใหม่สร้างครอบพระอุโบสถหลังเดิมด้วยเทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อโสธรและพระพุทธรูปบริวารตลอดการก่อสร้าง
วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงประกอบพระราชพิธียกยอดฉัตรทองคำ 5 ชั้น น้ำหนัก 77 กิโลกรัม ขึ้นประดิษฐานเหนือยอดมณฑปพระอุโบสถ และเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จแทนพระองค์ทรงตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถหลังใหม่
พระอุโบสถหินอ่อน
พระอุโบสถหลังใหม่เป็นศิลปะแบบไทยประยุกต์ หลังคาจัตุรมุขแบบปราสาทไทย ส่วนกลางมียอดมณฑปประดับฉัตรทองคำ ผนังปูด้วยหินอ่อนจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี จนเรียกกันว่า “พระอุโบสถหินอ่อน” ภายในมีจิตรกรรมตั้งแต่พื้น เสา ผนัง จรดเพดาน แสดงแดนแห่งทิพย์ ได้แก่ สีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาวและจักรวาล โดยตำแหน่งดวงดาวบนเพดานกำหนดให้ตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ณ เวลาที่ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ พระอุโบสถหลังนี้ยังปรากฏเป็นตราประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา อันหมายถึงที่ประดิษฐานพระพุทธโสธรและศูนย์รวมจิตใจของชาวฉะเชิงเทรา
องค์หลวงพ่อโสธรและพระพุทธรูปบริวาร 17 องค์ได้รับการบูรณะตั้งแต่กลางปี 2565 จนแล้วเสร็จปลายเดือนมีนาคม 2566 และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะอีกครั้ง โดยมีงานสมโภชระหว่างวันที่ 2–6 เมษายน 2566
ข้อมูลสำหรับผู้มาสักการะ
แหล่งข้อมูลของทางราชการจังหวัดระบุว่าวัดเปิดทุกวัน เวลาประมาณ 07.00–17.00 น. ทั้งนี้เวลาเปิดพระอุโบสถและพระวิหารอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนเดินทาง ภายในพระอุโบสถไม่อนุญาตให้จุดธูปเทียน ให้ถวายดอกไม้เท่านั้น ควรแต่งกายสุภาพ ผู้ที่สมหวังนิยมแก้บนด้วยไข่ต้มหรือละครรำ และวัดมีลานจอดรถด้านหลังวัด
ปรับปรุงล่าสุด 22 กันยายน 2569
รุ่น ๑๑๑ ปี
ร่วมบูชาวัตถุมงคลหลวงพ่อโสธร รุ่น ๑๑๑ ปี
พิธีพุทธาภิเษก 20 พฤศจิกายน 2569
